Powered by Blogger.
Showing posts with label Main Master Clock. Show all posts
Showing posts with label Main Master Clock. Show all posts

SecureSync ผ่านการตรวจสอบและรับรอง FIPS 140-3 เพื่อความมั่นใจสูงสุดของ Cybersecurity ระบบการซิงค์เวลา

       

        จากในอดีต SecureSync เป็น NTP Server รุ่นแรกที่ได้รับการรับรอง DISA ปัจจุบัน SecureSync ยังได้ใบรับรอง NIST Certificate #5178 เป็นการยืนยันความแข็งแกร่งด้านความปลอดภัยของ Cybersecurity สำหรับการจ่ายเวลามาตรฐานในเน็ตเวิร์ค

 

บริษัท Safran Electronics & Defense ได้มีการแถลงในเว็บไซต์ถึงความสำเร็จของอุปกรณ์ NTP Server โดย  โมดูลการเข้ารหัส SecureSyncGuard® ของบริษัท ได้ผ่านการตรวจสอบ FIPS 140-3 Validation และได้รับใบรับรอง NIST Certificate #5178 (National Institute of Standards and Technology) โดยผ่านการทดสอบตามโปรแกรม  Cryptographic Module Validation Program (CMVP)

การตรวจสอบนี้ยืนยันว่า SecureSyncGuard® มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย การเข้ารหัสที่สูงสุด ซึ่งกำหนดโดยสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NIST) และศูนย์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ของแคนาดา (CCCS) ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่า NTP server ของ Safran เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยสูงสุด

 

SecureSyncGuard® เป็นโมดูลการเข้ารหัสแบบซอฟต์แวร์ที่ฝังอยู่ในเฟิร์มแวร์ของ SecureSync® 2400 และ VersaSync® โดยมีฟังก์ชันการเข้ารหัสที่สำคัญ ได้แก่ การเข้ารหัส การตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงระบบ การจัดการคีย์ และการสื่อสารที่ปลอดภัย

SecureSyncGuard® สามารถใช้งานร่วมกับ OpenSSL ปกติได้ โดยจะปกป้องการสื่อสารโดยใช้โปรโตคอลมาตรฐาน เช่น TLS 1.3, SNMPv3 และ LDAPS พร้อมทั้งตรวจสอบความถูกต้องของทุกการอัปเดตซอฟต์แวร์ก่อนการติดตั้ง

หากเฟิร์มแวร์ถูกแก้ไขหรือไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ การอัปเดตจะถูกปฏิเสธโดยอัตโนมัติ เพื่อรักษาความถูกต้องของระบบ

SecureSyncGuard® โซลูชันของ Safran Electronics & Defense ทำให้การซิงค์เวลาเป็นที่เชื่อถือได้ ผ่านการรับรอง และปลอดภัย สำหรับแอปพลิเคชันที่มีความต้องการสูงที่สุดในด้านการป้องกัน โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ระบบโทรคมนาคม บริการทางการเงิน การบิน

 

การตรวจสอบตามมาตรฐาน FIPS 140-3 เป็นข้อกำหนดบังคับสำหรับโครงการของรัฐบาลสหรัฐฯ และแคนาดาหลายโครงการ รวมถึงโครงการจัดซื้อจัดจ้างจำนวนมากในด้านการป้องกันประเทศ โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ และบริการทางการเงิน

ใบรับรอง NIST หมายเลข 5178 เป็นหลักฐานสาธารณะที่เป็นอิสระและตรวจสอบได้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการเข้ารหัสของเซิร์ฟเวอร์เวลาของ Safran Electronics & Defense

 

โดยสิ่งที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้งานได้แก่

  • การป้องกันการเข้ารหัสที่ได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐาน FIPS 140-3
  • การตรวจสอบการเข้าถึงระบบ (Authenticate) และการสื่อสารที่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์และมีความปลอดภัย
  • เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์
  • การรองรับตามข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐบาล และอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล

การได้รับการรับรองมาตรฐาน FIPS 140-3 สำหรับ SecureSyncGuard® สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบความปลอดภัย “เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานการซิงโครไนซ์มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อระบบเน็ตเวิร์ค การเข้ารหัสที่ได้รับการรับรองจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้มั่นใจในความสมบูรณ์และความถูกต้องของเวลาที่กระจายอยู่ทั่วเครือข่าย ซึ่งจะทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า NTP Server มีความปลอดภัยทาง Cybersecurity อย่างสูงที่สุด

ต้นฉบับของบทความนี้ แปลและรวบรวมมาจากลิงค์ต่อไปนี้

https://safran-navigation-timing.com/fips-140-3-validation-timing-solutions/

บริษัท NetSync (Thailand) Limited มีความยินดีที่จะให้คำปรึกษาเรื่องระบบ Master Clock, NTP Server, Time & Frequency system


ติดต่อ คุณยุทธนา  Tel: 089-136 6399

info@netsync.co.th    

yutthana@netsync.co.th


Read more

การลดผลกระทบของ DDoS attack จากพอร์ต NTP

       การอ้างอิงเวลาของระบบเน็ตเวิร์ค เป็นสิ่งสำคัญระดับต้น ๆ ของหน่วยงาน ที่เกี่ยวกับโครงสร้าง สาธารณูปโภคพื้นฐาน (Critical Infrastructure) เช่น ระบบสื่อสาร ระบบคมนาคม พลังงาน สถาบันการเงิน โดยทั่วไปวิศวกรและผู้ดูแลระบบมักจะมองข้ามความสำคัญของการอ้างอิงเวลามาตรฐาน และรับเวลาอ้างอิงจาก NTP server สาธารณะ ซึ่งการรับเวลา NTP ผ่านอินเตอร์เน็ต ก็สามารถใช้งานได้ดีในระดับหนึ่ง สำหรับการใช้งานพื้นฐานตามบ้านเรือนทั่วไป แต่สำหรับหน่วยงานแล้ว การรับเวลา NTP ผ่านอินเตอร์เน็ต เป็นช่องโหว่ที่สำคัญจุดหนึ่งในการเข้าโจมตีจากผู้ไม่ประสงค์ดี เช่น hacker

จากข้อมูลรายงานความปลอดภัยของอินเตอร์เน็ต (Internet Security report) ของ Akamai เมื่อปี 2018 พบว่า การรับเวลา NTP ผ่านอินเตอร์เน็ต มีความเสี่ยงสูงเป็นอันดับที่สอง จากการถูกโจมตีด้วย DDoS attack โดยพบว่าภายในระยะเวลา 1 ปี มีการโจมตีเพิ่มขึ้นสูงถึง 16% 

ภาพที่ 1 แสดงตัวอย่าง โครงสร้างของระบบเน็ตเวิร์คที่รับเวลา NTP ผ่านอินเตอร์เน็ต โดยทั่วไป

ระบบตามแผนภาพด้านบน การรับเวลา NTP ของระบบเน็ตเวิร์คภายในองค์กร จะไปรับเวลามาจากกลุ่มของ NTP server pool จำนวนหลาย ๆ เครื่อง โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ server ภายในจะมีขั้นตอนกระบวนการ ออกไปซิงค์เวลาอ้างอิงจาก NTP ภายนอกผ่าน Firewall ซึ่งการเปิดพอร์ต Firewall ดังกล่าวนี่เอง เป็นช่องโหว่ให้บรรดา hacker สามารถผ่านเข้ามาโจมตีระบบเน็ตเวิร์คภายในทั้งหมดได้ และถึงแม้ว่าจะใช้งาน Firewall ร่วมกับระบบป้องกันความปลอดภัยอื่น ๆ เช่น IDS (Internet Detection System) หรือ IPS (Internet Prevention System) ตราบใดก็ตาม ที่ยังมีการเปิดพอร์ต ก็จะมีช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามายังภายในได้

นอกจากนั้นคุณภาพของเวลาอ้างอิงที่ได้ ยังมีคุณสมบัติความเที่ยงตรงและความแม่นยำที่ไม่สูงนัก เนื่องจากกระบวนการซิงค์ NTP จากอินเตอร์เน็ตซึ่งต้องผ่านช่องทางสาธารณะ (public network) ค่าความผันแปรของ network latency และค่าผันแปรอื่น ๆ ไม่คงที่ โดยจะแปรเปลี่ยนไปตาม traffic ในแต่ละช่วงเวลา ดังนั้นเวลาที่ได้รับ จะมีโอกาสคลาดเคลื่อนไปจากเวลามาตรฐานได้

การที่จะลดความเสี่ยงของการถูกโจมตีด้วย DDoS จากพอร์ต NTP จะสามารถทำได้ด้วยการ ปิดพอร์ตการใช้งาน NTP จากอินเตอร์เน็ต 

ภาพที่ 2 แผนภาพการติดตั้ง NTP ของตัวเอง สำหรับโครงข่ายที่มีความมั่นคงปลอดภัย (Resilient Network)


การติดตั้ง NTP ภายในโครงข่ายของตัวเอง จะไม่ต้องไปพึ่งพิงการรับเวลาจากภายนอก ซึ่ง NTP server จะรับสัญญาณเวลาอ้างอิงมาตรฐาน จากระบบดาวเทียม GNSS ซึ่งจะมีค่าเวลามาตรฐาน ที่ถูกต้องแม่นยำสูงมาก โดยมีค่า accuracy ที่ดีในระดับถึง nano-second ทีเดียว และเมื่อจ่ายเวลาผ่าน NTP ให้กับเน็ตเวิร์คภายใน ก็สามารถรับประกันได้ว่า ค่าความแม่นยำที่ได้รับ จะอยู่ในระดับ Stratum 1 ตามมาตรฐาน หรือถ้ามีการใช้งานผ่านโปรโตคอลอื่นที่ดีขึ้น เช่น PTP การรับเวลาก็จะได้ความถูกต้องแม่นยำของเวลา ในระดับ micro-second


ข้อดีอื่น ๆ ของการติดตั้ง NTP ภายในหน่วยงานตัวเอง จะมีอีก ได้แก่

1. ความมั่นคงปลอดภัย (Resiliency) NTP ของ Orolia รุ่น SecureSync สามารถรองรับสัญญาณ GNSS หลากหลายชนิด ได้แก่ GPS  GLONASS  Galileo  BeiDou  QZSS และนอกจากนั้นภายในเครื่อง ยังมีวงจรสังเคราะห์ความถี่ภายใน (Oscillator) ที่มีความแม่นยำสูง ในกรณีที่ NTP ไม่สามารถรับสัญญาณดาวเทียม GNSS ได้ เครื่องก็จะทำงานในแบบของ Holdover คือใช้เวลาจาก Oscillator ภายในเครื่องเป็นฐานเวลาแทนสัญญาณดาวเทียม



จากตาราง ถ้าเลือก Oscillator ชนิด OCXO ค่าความคลาดเคลื่อนของเวลา เมื่อเครื่อง NTP ขาดการรับสัญญาณดาวเทียมผ่านไปแล้ว 24 ชั่วโมง ความผิดพลาดของเวลา ยังมีค่าไม่เกิน 25 micro-second ซึ่งดีกว่าการไปรับเวลาจาก Stratum 2 มากหลายเท่านัก

 

2. ความปลอดภัยของ สัญญาณดาวเทียม (RF Signal Security) NTP ของ Orolia รุ่น SecureSync มีคุณสมบัติที่สามารถติดตั้งเพิ่มเติม ระบบระวังป้องกันภัยจาก การรบกวนสัญญาณดาวเทียม GNSS Jamming และสัญญาณปลอม Spoofing โดยสามารถเลือกซื้อ Option Anti Jamming & Spoofing ได้ เพื่อเป็นการรับประกันว่า ระบบเวลาของ NTP จะมีความถูกต้องแม่นยำ ใช้งานได้ต่อเนื่องโดยปราศจากการล้มเหลว

รายละเอียดของ Jamming & Spoofing สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จาก 

https://netsyncforum.blogspot.com/2018/08/gnss-jamming-and-spoofing.html


3. สัญญาณเวลา และความถี่มาตรฐานอื่น ๆ นอกจากจะมีการจ่ายเวลามาตรฐาน NTP แล้ว NTP ของ Orolia รุ่น SecureSync ยังรองรับการจ่ายเวลาผ่านโปรโตคอล PTP โดยจ่ายเวลาอ้างอิงมาตรฐานความแม่นยำระดับ nano-second สามารถจ่ายเวลาแบบ IRIG โดยจ่ายเวลาผ่าน serial interface หรือ coaxial cable และในส่วนของความถี่มาตรฐาน เครื่องก็รองรับการจ่ายสัญญาณ 1PPS และ 10MHz ด้วย 

การติดตั้ง NTP server ภายในหน่วยงานของตนเอง จึงเป็นการสร้างความปลอดภัยให้กับเน็ตเวิร์ค และยังจะได้ความแม่นยำของเวลามาตรฐานภายในโครงข่ายถูกต้องตรงตามข้อกำหนด

ต้นฉบับของบทความนี้ แปลและรวบรวมมาจากลิงค์ต่อไปนี้

https://www.orolia.com/mitigating-an-ntp-distributed-denial-of-service-ddos-attack/


บริษัท NetSync (Thailand) Limited มีความยินดีที่จะให้คำปรึกษาเรื่องระบบ Master Clock, NTP Server, Time & Frequency system


ติดต่อ คุณยุทธนา  Tel: 089-136 6399

info@netsync.co.th    

yutthana@netsync.co.th




Read more

GPS Jamming Detection Now Standard on SecureSync NTP

             ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยี GPS ได้กลายเป็น application พื้นฐาน ที่เราได้ใช้ในชีวิตประจำวันกันทุกวัน เวลาที่ผู้เขียนได้มีการใช้รถบนท้องถนน หลายครั้งก็ได้ใช้ GPS สำหรับการนำทาง ไปยังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย หรือค้นหาเส้นทางไปยังจุดหมาย และได้เห็นผู้ใช้รถใช้ถนนหลาย ๆ คน เช่น พนักงานส่งสินค้า เปิดโปรแกรม GPS บนโทรศัพท์เพื่อหาเส้นทางไปส่งสินค้าให้ลูกค้า

เทคโนโลยี GPS ยังได้มีการนำมาใช้ สำหรับในการติดตามรถ ได้แก่อุปกรณ์ประเภท GPS tracker ซึ่งกรมการขนส่ง ได้มีการประกาศกฎกระทรวง ในเรื่องของเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ โดยบังคับใช้กับรถยนต์สารธารณะทุกประเภท เพื่อควบคุมความปลอดภัย จำกัดความเร็วของยานพาหนะไม่ให้เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อรถที่ติดตั้ง GPS tracker ดังกล่าวขับขี่เกินความเร็วที่กำหนด ก็จะมีสัญญาณแจ้งเตือนไปยังกรมการขนส่ง แต่ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ พนักงานขับรถหรือผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะมีการทำงานแข่งกับเวลา ต้องการทำความเร็วเพื่อรับงานให้ได้มากที่สุด จึงหาวิธีหลีกเลี่ยงการควบคุมความเร็ว โดยใช้อุปกรณ์ GPS jammer เพื่อทำการตัดสัญญาณ GPS ในขณะที่มีการขับรถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กำหนด GPS jammer ดังกล่าวนอกจากจะตัดสัญญาณ GPS ในรถที่ติดแล้ว ก็ยังส่งผลไปรบกวน เครื่องรับ GPS ในบริเวณใกล้เคียงให้ทำงานไม่ได้ด้วย

สัญญาณดาวเทียม GPS เมื่อส่งออกมาจากตัวดาวเทียม ผ่านระยะทางมากว่า 20,000 กิโลเมตร และเมื่อสัญญาณแพร่มาถึงพื้นผิวโลกความแรงของสัญญาณอยู่ในระดับที่ต่ำมาก เพียงแค่ -130 dBm ดังนั้น GPS jammer ตัวเล็ก ๆ ขนาดกำลังส่งที่ไม่สูงนัก เช่น แค่ 100 มิลลิวัตต์ ก็ยังสามารถรบกวน หรือกลบสัญญาณดาวเทียมได้สนิท โดย GPS jammer ที่มีความแรง 0.5 วัตต์ สามารถตัดสัญญาณ GPS ไปได้ไกลมากกว่า 50 – 80 เมตร จึงไม่น่าแปลกใจว่า บางครั้งขณะที่เราใช้งานเครื่องรับ GPS เพื่อนำทาง อยู่ดี ๆ เครื่องรับก็เกิดอาการรวนใช้งานไม่ได้ในช่วงเวลาหนึ่ง ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา GPS jammer เป็นสิ่งผิดกฎหมาย ห้ามขายและห้ามใช้งาน

GPS jammer ส่งผลให้การรับสัญญาณดาวเทียม GPS ผิดพลาดไป ไม่เพียงแค่ในเรื่องของการใช้งานนำทาง แต่ยังรบกวนการทำงานของ NTP server ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักสำหรับการจ่ายเวลาอ้างอิง สำหรับระบบสื่อสารโทรคมนาคม ระบบธุรกรรมทางการเงิน ระบบควบคุมสาธารณูปโภคไฟฟ้า

ซึ่งตามปกติเมื่อ NTP server ไม่สามารถรับสัญญาณดาวเทียม เครื่องก็จะใช้ความถี่ที่สังเคราะห์จากภายในตัวเครื่องเอง เป็นฐานความถี่ของเวลาอ้างอิง แต่ถ้าหากมีการรบกวนการรับสัญญาณเกิดขึ้นต่อเนื่อง เป็นเวลานาน ๆ ค่าความคลาดเคลื่อนของความถี่อ้างอิงเวลาเกินค่า threshold ที่กำหนดไว้ NTP server ก็จะยกเลิกการจ่ายเวลา

ดังนั้นในระบบที่มีความสำคัญต่อการบริการสาธารณะ เช่น ระบบสื่อสารโทรคมนาคม ระบบธุรกรรมการเงิน การที่ระบบสนับสนุนการปฏิบัติการต่าง ๆ ในระบบโครงข่าย ระบบใดระบบหนึ่งทำงานผิดปกติไป แม้เพียงแค่ช่วงเวลาเล็ก ๆ ก็อาจจะส่งผลให้การทำงานของระบบที่ให้บริการสาธารณะปลายทางผิดพลาดไปได้ ตัวอย่าง เช่น ในขณะที่กำลังกดเงินจากตู้ ATM แล้วระบบสื่อสารเกิดขัดข้อง ยอดเงินถูกตัดออกจากบัญชีแล้ว แต่เงินไม่ไหลออกมา หรืออย่างกรณีขณะที่ลงทะเบียนการใช้สิทธิ์ผ่านสมาร์ทโฟนแล้วระบบโทรศัพท์เกิดขัดข้อง ทำให้การลงทะเบียนไม่ผ่าน

โดยในทางปฏิบัติ ถึงแม้ว่า NTP server จะไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้ระบบบริการสาธารณะที่ยกตัวอย่างมาล้มเหลว แต่ก็จะเป็นการดี ถ้าหากว่า NTP server ทำงานได้โดยไม่เกิด down time ขึ้นเลย ซึ่งผู้ดูแลระบบทุกคนย่อมต้องการระบบที่มีความเสถียรปราศจากการสะดุดบกพร่องใด ๆ

ปัจจุบัน NTP Server รุ่น SecureSync จาก Orolia ที่ส่งมอบให้ลูกค้า ได้มีการติดตั้ง ระบบตรวจสอบการรบกวนสัญญาณ Jamming Detection ซึ่งเป็นระบบที่มีการคิดค้นพัฒนาการใช้งานต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2008 โดย Talen-X ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าว ในอดีตเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานในด้านความมั่นคงของประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะ ซึ่งโดยปกติจะไม่สามารถส่งมอบ ออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกาได้ จะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลางของประเทศสหรัฐอเมริกาทุกโครงการ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีทางด้านความมั่นคงหลุดออกไปยังประเทศที่ไม่เป็นมิตร หรือประเทศคู่แข่ง

โดย Jamming Detection จะช่วยให้ผู้ใช้งาน NTP Server รุ่น SecureSync มีความมั่นใจในระบบ NTP ของตน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ว่า ในช่วงเวลาใด ๆ ที่เครื่อง NTP server เกิดเหตุ เช่น รับสัญญาณดาวเทียมไม่ได้ ก็จะได้รับรู้ว่า สาเหตุที่เกิดขึ้นเกิดมาจากการที่สัญญาณดาวเทียมลดลงโดยธรรมชาติ หรือว่าเกิดจากการรบกวนโดย GPS Jammer ซึ่งมาจากการรบกวนของยวดยานพาหนะ หรือการรบกวนที่มาจากฝีมือมนุษย์ที่ตั้งใจรบกวนระบบ


ภาพแสดงสัญญาณในขณะปกติ


ภาพแสดงสัญญาณเมื่อเกิดการรบกวนจาก GPS Jammer


Jamming Detection จะตรวจพบการรบกวน และทำให้ผู้ใช้งานรับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งถ้าหากว่า สัญญาณดาวเทียมถูกรบกวนโดย GPS Jammer ก็จะได้หาวิธีการป้องกันต่อไป เช่น เมื่อทราบว่าสายอากาศ GNSS antenna อยู่ในตำแหน่งที่เปราะบาง โดนรบกวนได้ง่าย ก็อาจจะเปลี่ยนไปใช้ Anti Jamming Antenna หรือย้ายตำแหน่งสายอากาศให้พ้น ไม่อยู่ในแนวที่จะโดนรบกวนจากฝีมือมนุษย์ที่จงใจรบกวน 

NTP Server รุ่น SecureSync ทุกเครื่องที่ผ่านการอนุมัติให้ติดตั้ง Jamming Detection จะเป็นอุปกรณ์ NTP sever ที่มีความปลอดภัยสูง และที่สำคัญ option ดังกล่าวจะมีการติดตั้งให้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งการขออนุมัติติดตั้ง ก็ทำได้ง่ายเพียงลูกค้า ส่งยื่นแบบฟอร์มเพื่อขอพิจารณาได้ ในขั้นตอนการสั่งซื้อปกติ

โดยปกติ Orolia ซึ่งเป็นผู้ค้าคู่สัญญาด้านยุทโธปกรณ์ กับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ต้องยื่นเรื่องเพื่อขอทำการส่งมอบ NTP Server ทุกเครื่องออกนอกประเทศอยู่แล้ว (ระบบ Export Control) การขออนุมัติติดตั้ง Jamming Detection จึงเป็นเหมือนขั้นตอนที่เพิ่มเติมขึ้นมาอีกหนึ่งขั้นตอน ซึ่งลูกค้าที่กรอกข้อมูลให้รายละเอียดของโครงการและข้อมูลการนำไปใช้งานครบถ้วน ก็จะได้รับการอนุมัติโดยไม่ยุ่งยากอะไร

 ข้อมูลจากเว็บไซต์ Orolia    https://www.orolia.com/gps-interference-detection-now-standard-on-orolia-time-servers/

SecureSync จาก Orolia เป็นอุปกรณ์ Time & Synchronization Server ที่มีประสิทธิภาพสูง ได้รับความไว้วางใจ ใช้งานแพร่หลายในหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน

ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการออกแบบระบบ ก็สามารถติดต่อมาได้ เรายินดีที่นำเสนอความรู้ที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ออกแบบ NTP server ในระบบของท่าน



ติดต่อ

คุณยุทธนา Tel: 089-136 6399

info@netsync.co.th

yutthana@netsync.co.th

Read more

Skylight Indoor GNSS antenna


จากพื้นฐานของการรับสัญญาณดาวเทียม ที่เราทราบกันอยู่โดยทั่วไปว่า สายอากาศรับสัญญาณดาวเทียมจะต้องติดตั้งอยู่ในบริเวณเปิดโล่ง หรือบริเวณที่เห็นท้องฟ้าได้โดยไม่มีอะไรขวางกั้น ซึ่งเป็นไปในลักษณะที่เรียกกันว่า Line of Sight (LOS) ที่มาของความต้องการดังกล่าว มาจากว่าตัวดาวเทียมที่โคจรอยู่ในอวกาศ มีระยะทางความสูงจากพื้นผิวโลกไกลมาก เช่นระยะทางของ ดาวเทียมค้างฟ้า (Geostationary Satellite) มีระยะทางถึง 35,000 กิโลเมตร หรือดาวเทียมวงโคจรระดับกลาง (Medium Earth Orbit) อย่างดาวเทียม GPS ก็มีระยะทางไกลจากพื้นผิวโลกถึง 20,000 กิโลเมตร

สัญญาณที่ส่งออกมาจากดาวเทียม เมื่อผ่านระยะทางที่ไกลและชั้นบรรยากาศ ก็ถูกลดทอนความแรงของสัญญาณลง จนเมื่อสัญญาณแพร่มาถึงพื้นผิวโลก ความแรงของสัญญาณก็ต่ำมาก อยู่ที่ระดับ -130dBm ซึ่งระดับความแรงของสัญญาณนี้ ยังต่ำกว่าค่า noise floor ในอุปกรณ์เครื่องมือวัดทางอิเล็กทรอนิกส์หลาย ๆ ชนิด
ดังนั้นการับสัญญาณดาวเทียม จึงต้องติดตั้งสายอากาศ ในลักษณะที่เห็นฟ้า Line of Sight เท่านั้น เพราะวัสดุที่มีมวลหนาแน่น เช่น ผนังปูน โลหะ จะปิดกั้นสัญญาณที่อ่อนมาก ๆ ไม่ให้ผ่านมาถึงสายอากาศได้

Orolia เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลกผู้ผลิตอุปกรณ์ระบบ GNSS โดย Orolia ได้คิดค้นระบบสายอากาศรับสัญญาณ GNSS แบบภายใน Indoor GNSS antenna ที่มีชื่อว่า Skylight ขึ้น


https://www.orolia.com/products/timing-sync/skylight-indoor-gps-timing-system


Skylight ถูกออกแบบมาในแนวคิด โดยอาศรัยหลักการของ Multipath signal ซึ่งไม่มีใครเคยคิดว่า Multipath signal ซึ่งเป็นสัญญาณรบกวนในระบบโทรศัพท์มือถือ จะถูกนำหลักการนี้มาประยุกต์ใช้
ในระบบ mobile communication สัญญาณ Multipath signal เป็นสัญญาณรบกวนในลักษณะของ fading channel ซึ่งสัญญาณที่ส่งออกมาจากแหล่งกำเนิดเดียวกัน แต่เมื่อสะท้อนมายังเครื่องรับจากหลายๆทิศทาง จะรบกวนกันเองทำให้การทำงานของภาครับสัญญาณโทรศัพท์ด้อยประสิทธิภาพลง
แต่เจ้าตัวร้าย Multipath signal ก็สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ด้วยความสามารถของนักวิจัย Orolia โดยใช้กระบวนการ นำสัญญาณ Multipath signal ที่สะท้อนมาจากหลาย ๆ แหล่ง มารวบรวมเพื่อสร้างสัญญาณ GNSS ที่มีความเหมาะสมกลับมาใช้งานได้  ชมการทำงานของระบบได้จากลิ้งค์ต่อไปนี้


Skylight ถูกคิดค้นออกมาตั้งแต่ปี 2013 แล้ว ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว ประสิทธิภาพของระบบ Skylight โดยรวมก็ยังไม่สามารถที่จะเรียกได้ว่าใช้งานได้ดีตามวัตถุประสงค์ แต่ในช่วงเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา อุปกรณ์ GNSS Receiver รุ่นใหม่ที่ผลิตออกมา มีประสิทธิภาพที่สูงกว่าเดิมอย่างก้าวกระโดด เช่นจากเดิม GPS Receiver จะรับสัญญาณและประมวลผลได้แค่ 12 channel  ปัจจุบันก็เพิ่มขึ้นมา มากถึง 72 channel และจากเดิมรับได้แค่ระบบ GPS ปัจจุบันก็รองรับระบบ GNSS หรือ Multi Constellation ซึ่งรวมถึง GPS GLONASS Galileo Beidou


Skylight ในวันวานจึงพลิกโฉมมาเป็นระบบ ที่สามารถใช้งานได้ดีตามวัตถุประสงค์ เมื่อเดือนธันวาคม 2019 ที่ผ่านมา ทางผู้เขียนบทความ ก็ได้มีโอกาศนำ Skylight มาทำการทดสอบการใช้งานจริงให้กับลูกค้ารายหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทนานาชาติ มีสำนักงานสาขาอยู่ในหลายประเทศ  โดยลูกค้ามีสำนักงานปฏิบัติการอยู่ในอาคารเซ็นทรัลเวิลด์ และลูกค้ามีความต้องการที่จะติดตั้ง NTP Server แต่มีปัญหาตรงที่ว่า ไม่สะดวกที่จะทำการติดตั้งสายอากาศ GNSS ที่ภายนอกของอาคารตามปกติ  ดังนั้น Skylight จึงถูกนำมาทดสอบการใช้งานเป็นครั้งแรกในประเทศไทย






ซึ่งผลการทดสอบ ได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจ NTP Server SecureSync สามารถรับสัญญาณดาวเทียมและล๊อคสัญญาณจากภายในอาคาร ใช้งานได้จริง สัญญาณดาวเทียมที่ได้รับมีคุณภาพและใช้งานได้ดี ใกล้เคียงกับการติดตั้งสายอากาศ GNSS แบบภายนอกตามปกติ

ซึ่งหลังจากการทดสอบ ก็เป็นข่าวดีสำหรับหน่วยงานที่มีความต้องการที่จะติดตั้งและใช้งาน NTP Server แต่ติดขัดปัญหาเรื่องการเดินสายอากาศออกไปยังนอกอาคารหรือดาดฟ้า
และทางบริษัทฯ จะมีการติดตั้งระบบจริงของ NTP server ที่ใช้งานร่วมกับ Skylight ในสำนักงานของลูกค้า ที่ตั้งอยู่ในอาคารเซ็นทรัลเวิลด์ เร็ว ๆ นี้


SecureSync จาก Orolia เป็นอุปกรณ์ Time & Synchronization Server ที่มีประสิทธิภาพสูง ได้รับความไว้วางใจ ใช้งานแพร่หลายในหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน
ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการออกแบบระบบ ก็สามารถติดต่อมาได้ เรายินดีที่นำเสนอความรู้ที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้สามารถนำไปใช้ออกแบบ NTP server ในระบบของท่าน


ติดต่อ
คุณยุทธนา  Tel: 089-136 6399
info@netsync.co.th    
yutthana@netsync.co.th

Read more

STL ระบบสัญญาณดาวเทียมแบบ Indoor GPS

ระบบ GPS ที่ได้ริเริ่มโครงการโดย United States Department of Defense ในปี 1973 เมื่อ 44 ปีก่อน ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ระบบ GPS ได้มีการพัฒนาต่อยอดและขยายเพิ่มเติม จากประเทศมหาอำนาจทางเทคโนโลยีทั้งจาก รัสเซีย สหภาพยุโรป และจีน จนมาถึงในยุคปัจจุบัน ระบบดาวเทียมดังกล่าวได้มีชื่อเรียกระบบโดยรวมว่า GNSS (Global Navigation Satellite System)

นอกจากนั้น ในช่วงเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีระบบ GNSS ก็ยังได้มีการเพิ่มศักยภาพของการทำงานให้เหนือชั้นขึ้นไปอีก ด้วยการนำระบบดาวเทียม STL (Satelles) มาใช้เสริมควบคู่กัน



STL เป็นระบบดาวเทียมที่ใช้งานสำหรับ Time และ Location ที่มีการใช้งานในลักษณะคล้ายกันกับระบบ GNSS
STL ในอดีตคือระบบดาวเทียม Iridium ซึ่งเป็นโครงการระบบโทรศัพท์มือถือผ่านดาวเทียม (Satellite Mobile) ซึ่งในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนระบบดาวเทียมของเดิม มาใช้สำหรับกิจการ Time และ Location แทน






STL เป็นระบบดาวเทียมแบบ Low Earth Orbit  ซึ่งต่างจาก GNSS ที่เป็นระบบดาวเทียม Medium Earth Orbit โดย STL มีจำนวนดาวเทียมในระบบทั้งหมด 66 ดวง ด้วยความที่ STL เป็นระบบดาวเทียมแบบ LEO ความสูงของวงโคจรดาวเทียม มีความสูงจากพื้นผิวโลกเพียงแค่ 800 กิโลเมตร (500 miles) เมื่อเทียบกับ ดาวเทียม MEO ซึงมีวงโคจรที่ความสูง 20,000 กิโลเมตร (12,500 miles) ดังนั้นสัญญาณของ STL จึงมีความแรงกว่าสัญญาณของ GNSS ถึง 1,000 เท่า

STL จึงได้มีการนำมาใช้งานสำหรับ Time และ Location โดยคุณสมบัติที่เหนือกว่าของ STL คือการรับสัญญาสามารถรับได้ในบริเวณภายในอาคาร คือเป็นแบบ Indoor Receiver ไม่จำเป็นต้องตั้งสายอากาศรับสัญญาณที่ดาดฟ้าเหมือนกับ GPS ทั่วไป  (สัญญาณ GPS ปกติ การติดตั้งสายอากาศ จะต้องรับสัญญาณในบริเวณเปิดเห็นฟ้าที่เรียกว่า Line of Sight เท่านั้น)


คุณสมบัติเด่นที่พอจะยกขึ้นมาเทียบกับ GPS คือ
  • 1000x stronger signal than GPS, work indoor
  • Delivers timing with no GPS signal
  • Encrypt signal resists spoofing
  • Global coverage 66 satellites


STL มีการเข้ารหัสสัญญาณ (Encryption) เพื่อป้องกันสัญญาณ GPS spoofing (spoofing คือสัญญาณ GPS ปลอมที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกให้เครื่องรับ GPS รับสัญญาณปลอม เพื่อให้ระบบทำงานผิดพลาด)

เนื่องจาก ดาวเทียม STL มีการส่งสัญญาณในลักษณะแบบ spot beam ซึ่งเป็นสัญญาณทีมีความแรงและมี beam width แคบ ดาวเทียม STL จึงต้องมีการระบุตำแหน่งบนผิวโลก เพื่อให้ดาวเทียม เลือกส่งสัญญาณลงมาในตำแหน่งของอุปกรณ์รับสัญญาณที่อยู่ในระบบเท่านั้น  จึงต้องมีการกำหนดจุดรับสัญญาณที่แน่นอนบนผิวโลกถึงจะได้รับบริการ
การใช้งานระบบ STL จึงเป็นลักษณะแบบ subscription คือมีการเก็บค่าบริการเป็นแบบรายเดือนเพื่อรับสัญญาณ 

Spectracom เป็นบริษัทผู้ผลิต NTP Server เพียงรายเดียวของโลก (Exclusive) ที่ได้มีการลงนามสัญญาณกับระบบดาวเทียม Satelles  และ NTP Server รุ่น SecureSync ก็ได้มีการรองรับการทำงานของ STL เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการใช้งานของ STL จะนำมาใช้เป็นระบบเสริมจาก GNSS


บริษัท NetSync (Thailand) Limited มีความยินดีที่จะให้คำปรึกษาเรื่องระบบ Master Clock, NTP Server, Time & Frequency system

ติดต่อ คุณยุทธนา  
Tel: 089-136 6399   
email: yutthana@netsync.co.th

Read more

Master Clock - Minute Pulses Vs NTP

ในชีวิตประจำวัน เราจะได้พบเห็นระบบ Master Clock System มากขึ้นเรื่อยๆ ในสถานที่ต่างๆ เช่นสถานีขนส่งสาธารณะ สถานีรถไฟฟ้า สนามบินนานาชาติ อาคารหน่วยงานราชการ บริษัทเอกชน โรงงานอุตสาหกรรม ต่างๆ
Master Clock System คือระบบการแสดงเวลามาตรฐาน ซึ่งจะสามารถแบ่งโครงสร้างหลักได้เป็น 2 ส่วนคือ
  • Master Clock  คืออุปกรณ์ตัวหลักที่รับเวลามาตรฐานจากระบบเวลาสากลและทำหน้าที่จ่ายเวลาให้กับ อุปกรณ์ต่างๆ รวมถึง Slave Clock
  • Slave Clock  คืออุปกรณ์ที่รับเวลามาจาก Master Clock และแสดงเวลา เช่น นาฬิกาแบบดิจิตอล หรือนาฬิกาแบบเข็ม

Master Clock โดยทั่วไปจะเป็นอุปกรณ์ ที่ติดตั้งในห้องควบคุม เช่น control center ทำหน้าที่รับเวลามาตรฐานในรูปแบบเวลาสากล เช่น UTC (Universal Time Coordinated) เพื่อมากระจายต่อให้กับระบบอื่นๆ ตามปกติ Master Clock จะรับเวลามาตรฐานมาจาก ระบบดาวเทียม GPS 


หลังจากที่รับเวลามาตรฐานมาแล้ว Master Clock ก็จะจ่ายเวลาให้กับ Slave Clock โดยผ่าน โปรโตคอลหรือ time code ชนิดต่างๆ ตามแต่ละระบบที่ใช้ โดย Master Clock ที่มีการใช้งานกัน เช่น ระบบ Minute Pulse ระบบ NTP ระบบ IRIG


Minute Pulse System

เป็นระบบแรกเริ่มของ Master Clock มีการคิดค้นใช้งานมาตั้งแต่ปี 1897 โดย BRILLIE เป็นระบบที่มีการใช้งานแบบง่ายๆ การส่งสัญญาณระหว่าง Master Clock และ Slave Clock ก็เป็นเพียงการส่งสัญญาณ Pulse ผ่านสาย 2 wire เช่น สายโทรศัพท์ สัญญาณที่ส่งไม่มีข้อมูลใดๆ



สัญญาณ Pulse เมื่อไปถึง Slave Clock ก็จะไปกระตุ้น ให้เวลาเพิ่มขึ้น เช่น ตัวเลข เพิ่มขึ้น 1 นาที สำหรับนาฬิกาดิจิตอล หรือเข็มนาทีเดินเคลื่อนไป 1 ช่องของนาที สำหรับนาฬิกาแบบเข็ม

นาฬิกาจะไม่มีหน่วยของวินาที  (เพราะสัญญาณกระตุ้นทุก 1 นาที) 
และก็มีระบบแบบ Second Pulse ต่อยอดเพิ่มเติมขึ้นมา โดยการส่ง pulse จะเป็นทุก 1 วินาทีแทน ซึ่งจะใช้สำหรับนาฬิกาแสดงเวลาแบบมีวินาที
สรุปคือระบบแบบ Pulse เป็นระบบที่มีการติดตั้งใช้งานแบบเรียบง่ายที่สุด ระบบไม่มีความซับซ้อนใดๆ แต่การตั้งค่าเริ่มต้นจะมีขั้นตอนพอสมควร เพราะจะต้องตั้งนาฬิกาให้ถูกต้องตามเวลาปัจจุบัน และในกรณีถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างเช่นไฟดับ ระบบเมื่อมีการกลับมาเริ่มทำงานใหม่ อาจมีเวลาที่ผิดพลาดได้ เพราะสัญญาณกระตุ้นแบบ Pulse ไม่มีข้อมูลของเวลาปัจจุบัน


NTP Clock System

ระบบเวลาแบบ NTP Clock เป็นระบบเวลา ที่มีความทันสมัยที่สุดสำหรับการแสดงผลของนาฬิกาในปัจจุบัน โดยอาศรัยคุณสมบัติของ Network Time Protocol กล่าวคือ ตัวนาฬิกาแสดงผล จะเป็นอุปกรณ์ NTP client คือมีการรับสัญญาณเวลามาตรฐาน UTC จาก Master Clock ผ่านทาง NTP โปรโตคอล ดังนั้น media หรือตัวกลางในการเชื่อมต่อ ก็จะเป็นสาย LAN ผ่านระบบ IP Network



การทำงานของระบบ NTP Clock มีความซับซ้อนกว่าระบบแบบ Minute Pulse และการใช้งานจริงก็สะดวกสบาย ไม่ได้มีความยุ่งยากอะไรนัก เพราะการตั้งค่านาฬิกา ทั้งแบบดิจิตอลหรือแบบเข็ม ก็จะทำการตั้งค่าการใช้งานเพียงครั้งเดียวในตอนติดตั้งระบบ ก็เป็นอันเสร็จสิ้น ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมอีก เช่นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟดับ เมื่อระบบไฟกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง Slave Clock ก็จะสามารถไปขอรับเวลาจาก Master Clock โดยอัตโนมัติ และเนื่องจากสัญญาณ NTP มีข้อมูลของเวลาปัจจุบัน (ซึ่งต่างจากระบบ Pulse ที่ไม่มีข้อมูลเวลาปัจจุบัน) นาฬิกาแสดงผลก็จะสามารถแสดงค่าเวลาที่ถูกต้องได้เอง ผู้ใช้งานไม่มีความจำเป็นใดที่จะไปปรับหรือแก้เวลาใดๆ เพราะ NTP โปรโตคอลจะทำหน้าที่รับและแสดงเวลาที่ถูกต้องได้เอง


Minute Pulse Vs NTP

ความแตกต่างที่สำคัญอีกอย่างระหว่างระบบ Minute Pulse และ ระบบ NTP คือ ระบบ Minute Pulse เป็นการส่งสัญญาณจาก Master Clock ไปยัง Salve Clock แบบทิศทางเดียว (เป็นการส่งในลักษณะคล้ายๆกับที่เรียกว่า Broadcast) ดังนั้นผู้ใช้งาน ไม่สามารถตรวจสอบสถานะของนาฬิกาแต่ละตัวได้จากส่วนกลาง การตรวจสอบว่านาฬิกาแต่ละตัวเดินตรงถูกต้องไหม จะต้องไปดูที่หน้าตัวนาฬิกาแต่ละตัวด้วยตนเอง ซึ่งถ้าหากมีการติดตั้งนาฬิกามากเท่าไร ภาระงานก็จะมากขึ้นตามจำนวน

ระบบ NTP เนื่องจากเป็นการทำงานผ่าน IP network หรือระบบ LAN การทำงานของ NTP โปรโตคอลเป็นในลักษณะ Client-Server mode เหมือนกับระบบที่ใช้กันในระบบคอมพิวเตอร์ มีการโต้ตอบระหว่างต้นทางและปลายทาง ดังนั้นผู้ใช้งานจะมีความสะดวกสบายมากในการบริหารจัดการจากส่วนกลาง (centralize management) ผู้ใช้งานสามารถรับทราบข้อมูลเบื้องต้นได้ว่า นาฬิกาสามารถมารับเวลาจาก Master Clock ได้หรือไม่ ก่อนที่จะไปสำรวจตัวนาฬิกาจริงเพื่อยืนยัน หลังจากพบเหตุผิดปกติเบื้องต้นจากส่วนกลาง

นอกจากการบริหารจัดการแบบ Centralize Management แล้ว นาฬิกา NTP ก็ยังรองรับ Web Interface แบบ Graphical User Interface ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเข้าไปตรวจสอบสถานะต่างๆ ของนาฬิกาแต่ละตัวได้โดยง่าย
ดังนั้นการบริหารจัดการของระบบ NTP จึงมีความสมบูรณ์และสะดวกสบายสำหรับการปฏิบัติการ


สรุปท้ายบทความ

การทำงานของตัว Master Clock ของทั้งสองระบบ เหมือนกันคือรับเวลามาจากระบบดาวเทียม GPS ทั้งคู่ แต่การเลือกระบบของ Slave Clock จะให้ผลลัพธ์และการบริหารจัดการที่แตกต่างกันอย่างมาก
การติดตั้งระบบ Master Clock ในครั้งต่อไป จึงควรพิจารณาข้อมูลที่กล่าวไปแล้วข้างต้นสำหรับการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน

บริษัท NetSync (Thailand) Limited มีความยินดีที่จะให้คำปรึกษาเรื่องระบบ Master Clock, NTP Server, Time & Frequency system

ติดต่อ คุณยุทธนา  Tel: 089-136 6399 


Read more